ตั้งแต่เกิดมา เคยถามใจตัวเองจริงๆเมื่อไหร่

คำตอบ เมื่อ 2 ชั่วยามที่แล้ว

จริงๆแล้วเราถามใจตัวเองตลอดเวลาตั้งแต่เกิดมา
ทุกคนย่อมต้องเคยตัดสินใจ ไม่ว่าเรื่องยาก ง่าย
ซับซ้อน หรือสบายๆ การตัดสินใจก็คือการถาม
ตัวเองนั่นแหละ แต่ประเด็นที่ตั้งวันนี้คือ เราถาม
ใจตัวเองจริงๆ เรื่องความฝัน และอนาคต เมื่อไหร่
และคำตอบที่ว่า 2 ชั่วยามที่แล้วนั่น เป็นเพราะว่า

ตั้งแต่เด็กๆเราถูกเลี้ยงดู ปลูกฝัง ทุกเรื่อง จากสังคม
และทุกคนที่อยู่ล้อมรอบตัวเรา ความคิดของเราถูกสิ่งแวดล้อม
ครอบงำตั้งแต่ฟังภาษาคนรู้เรื่อง ดังนั้น ไม่ว่าเราตัดสินใจ
เรื่องใดๆ เราก็มักอิงจากประสบการณ์ และสายตาของคนอื่น
ทำให้เราตั้งคำถามผิดตั้งแต่ต้น

เพียงแค่เราถามตัวเองว่าเราอยากเป็นอะไรกันแน่ หรืออยากทำ
อะไรกันแน่ เรามักมีคำตอบมหาศาล โดยที่คำตอบนั้นอ้างอิง
จากความสำเร็จที่เคยได้รับ และสายตาที่คนภายนอกมองเรา
เราจึงเลือกเดินเส้นทางที่เรียกได้ว่าชวนสับสน ว่าเราเลือกเอง
หรือเราเลือกเพราะ"สายตา"คนอื่น ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ น่าสมเพช

สองชั่วโมงก่อนจึงตั้งคำถามใหม่ น่าจะเป็นคำถามที่นำมาซึ่ง
คำตอบที่เป็นตัวเองมากที่สุด เราถามว่า

หากทุกคนที่เรารู้จักบนโลกนี้ ตายหมด เราจะทำอะไร

คำตอบ ...มาทันที

เราสามารถตอบตัวเองโดยไม่ผ่านสายตาคนอื่น โดยไม่ผ่าน
ความคิดของคนอื่น และเจอคำตอบของตัวเอง แต่ทว่ากลับไม่มี
ความกล้าหาญพอ ที่จะเดินไปตามคำตอบที่ค้นพบ

ทำยังไงดีน้า... สับสนจิ๊บเป๋ง

เซลล์แสนฉลาด

posted on 21 Jan 2009 12:51 by banlanna

ปีใหม่ที่ผ่านมา เราเริ่มต้นด้วยการตกท่อสูง 2 เมตรฉลองปีใหม่
หน้าแข้งเจาะเป็นรูลึก ตูดขวาเขียวจ้ำใหญ่ รูปร่างคล้ายทวีปแอฟริกา
เดินกระดึบๆอยู่หลายวัน และเราก็ทำใจว่าหน้าแข้งคงมีแผลเป็น
ฝากไว้อีกรอยแหงๆ คราวนี้ลึกซะด้วยแฮะ

สองสัปดาห์ผ่านไป แผลนั้นเริ่มตกสะเก็ด และสะเก็ดแผลก็นูนขึ้น
นูนขึ้น จนในที่สุดก็เกือบจะเสมอกับผิวที่เหลือ... ไม่น่าเชื่อ
เซลล์ของเราฉลาดจังเว้ย มันจำได้ด้วยว่าก่อนหน้านี้เนื้อเรา
หน้าตาเป็นอย่างไร และมันต้องก่อร่างสร้างตัว แบบไหน
หน้าแข้งจึงจะกลับสู่สภาพเดิม เซลล์และเม็ดเลือดต่างๆ
ร่วมมือกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง ในขณะที่เรากิน เรานอน
เรานั่งเล่น เราเขียนบล็อก เซลล์ขะมักเขม้น จับมือกันสร้างเนื้อ
ขึ้นมาอีกครั้ง โดยที่เราไม่ทันได้มอง และเมื่อเราก้มลงมองดูแผลนั้น
เนื้อก็ขึ้นมาเกือบจะเท่าเดิมซะแล้ว

เซลล์เนี่ย น่ารักจริงๆ เมื่อเห็นเซลล์ทำงานแล้ว ตัวเราเองก็ต้องพยายาม
เหมือนกันซินะ ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์เลวร้ายอย่างไร แผลลึกแค่ไหน
ก็ไม่ควรจะยอมแพ้ ขนาดเซลล์เล็กๆในร่างกายเรายังสู้ตาย แล้วสมอง
กับจิตใจ จะยอมแพ้เจ้าเซลล์ได้ยังไงกันเล่า ว่าแล้วก็... สู้เว้ย
แค่งานจิ๊บจ๊อย ชั้นไม่ยอมแพ้แกหรอก เจ้าเสื้อโปโล

คำถามที่ต้องตอบ

posted on 10 Jan 2009 12:32 by banlanna

เกิดมาบนโลก อยู่ในสังคมมนุษย์ ทุกช่วงเวลาก็มักมีคำถามประจำอายุ
เรื่องแบบนี้ มันเริ่มตั้งแต่เรา... อยู่ในท้อง

0 ขวบ     กี่เดือนแล้ว? ผู้ชายหรือผู้หญิงล่ะ?   .....ตอบ ผู้หญิงฮ่ะ 6 เดือนแล้วฮ่ะ

3 ขวบ     หนูชื่ออะไรจ๊ะ? คุณพ่อ/คุณแม่หนู ชื่ออะไรจ๊ะ? (จะอยากรู้ไปทำไม)   ......หนูชื่อเจนนิเฟอร์ค่ะ(นามสมมติ)   พ่อกับแม่ชื่อ มิสเตอร์บราวน์แอนด์มิสสิสบราวน์ค่ะ (นามสมมติเช่นกัน)

5 ขวบ    เข้าโรงเรียนหรือยังจ๊ะ? ....เข้าแล้วค่ะ อยู่โรงเรียนสับสนศึกษาวิทยาคานค่ะ

7 ขวบ    ครูประจำชั้นชื่ออะไร?   ....คุณครูเตือนใจค่ะ

12 ขวบ  เรียนได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่?   ....3.25 ค่ะ

15 ขวบ  จะเรียนต่อม.ปลายที่ไหน?   ....โรงเรียนดำเนินเดินทะแยงค่ะ

แล้วก็เริ่มเข้าวัยแอนตี้
17 ขวบ   จะเข้าคณะอะไรที่ไหนล่ะ?  ....ยังไม่รู้เลยค่ะ (อย่ามายุ่งกะชีวิตชั้นได้มั๊ย)

20 ขวบ   เรียนอะไร อยู่ที่ไหนเหรอ?   ....อ๋อ อยู่ที่ ม.สแตมป์ฟอร์ดค่ะ (นามสมมติ) คณะสถาปวดตะยะกรามค่ะ

22 ขวบ   เรียนจบแล้วทำงานอะไรจ๊ะ?   ....ช่วยงานคุณพ่อคุณแม่ค่ะ อะหุอะหุ (เกาะแม่กินมีไรป่ะ)

25 ขวบ   การงานเป็นไง เงินเดือนเท่าไหร่แล้ว?    ....อ๊ะหะหะหะ ไม่เท่าไหร่หรอกค๊า (ว้อยน่ารำคาญ)

ตั้งแต่นี้ต่อไปจะมีคำถามนี้เป็นคำถามนำ
27-40 ขวบ   มีแฟนรึยัง?  แต่งงานรึยัง?
หากตอบว่า  ยังค่ะ  อ้อเหรอ แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่?
หากตอบว่า  แต่งแล้วค่ะ    อ้อเหรอ  มีลูกรึยัง? แล้วก็วกไปคำถามแรก  กี่เดือน/ปี แล้ว?? ชาย หรือ หญิง?? ฯลฯ

 

คำถามที่ดูปกติพวกนี้ แม้ว่าตอนเด็กๆเราจะไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้นับว่าน่ารำคาญขึ้นเรื่อยๆ
เพราะยิ่งเราเติบโตมากขึ้นเท่าไหร่ ทุกคำถามมักจะแฝงไปด้วยการ "ประเมินและตัดสินเรา"
จากคนถามคำถาม เช่น เรียนอะไร ทำงานที่ไหน เงินเดือนเท่าไหร่ ส่วนการอยากทำความรู้จัก
คงเป็นส่วนประกอบเพียงเล็กน้อย เพราะคนที่ถามคำถามเหล่านั้นกับเรา มักจะเป็นคนที่
ผ่านเข้ามาแว้บหนึ่ง  แล้วก็จากไป      

มันจะเป็นอะไรมากมั๊ย
หากเราจะตอบคำถามจากใจจริง ว่า เรียนจบแล้ว จบสูงด้วย และไม่อยากทำงาน ไม่อยากมีเงิน ไม่อยาก
เรียนต่อในระบบ มันจะเป็นอะไรมากมั๊ย หากจะตอบว่าขณะนี้ นางสาวเจนนิเฟอร์
เกาะบุพการีกินไปวันวัน นั่งดูข่าวสาร และค้นหาตัวเองอยู่ว่าจะทำอะไรให้โลกใบนี้ ให้สังคมนี้
ดีขึ้นได้บ้าง โดยไม่สนใจเงินทองของมีค่า   มันจะเป็นอะไรมากมั๊ย

คำตอบก็คือ  เป็น  เป็นมากๆ  คนส่วนใหญ่คงไม่เข้าใจนางสาวเจนนิเฟอร์แน่นอน  
เพราะพวกเราอยู่ในสังคม ที่มีมาตรฐานทางหน้าตา เกียรติยศ และเงินทองเดียวๆกัน
ขอให้รวย สวย เก่ง และไม่ไปปล้น ฆ่าใคร ก็นับว่าเป็นคนดี   ส่วนคนที่มีแนวคิดและพฤติกรรม
เช่นเดียวกับนางสาวเจนนิเฟอร์ หลังจากโดนชุดคำถามแล้ว จะโดนดูถูก และเหยียบให้จมดิน

สิ่งที่นางสาวเจนนิเฟอร์ทำได้ คือตอบคำถามเหล่านั้นไปวันๆ และตั้งปณิธานว่า จะไม่ถาม
คำถามน่ารำคาญเหล่านั้นกับคนอื่น   แม้ว่าคนอื่นจะไม่คิดมากก็ตาม 

ก๊ากก ก๊ากกก ก๊ากกกก   ขอไว้อาลัยแด่นางสาวเจนนิเฟอร์
ที่ถูกเหยียบจมดิน    เฮ้อ..กลับสู่โลกแห่งความจริงดีกว่า   ชะแว้บๆ